ธรรมะสวัสดี

ธรรมะสวัสดี ๓.๗.๒๕๖๒

เมื่อเรามีสติ กิเลสนั้นไม่สามารถที่จะทำร้ายเราได้ถ้า ไม่มากพอ

ผู้ที่มีปัญญาทั้งหลาย
ย่อมไม่ข่มจิตให้จนนิ่งๆ
ไม่วางเฉยปล่อยปละละเลย
ไม่เคลิ้มไปกับอารมณ์นั้น

เพราะท่านทั้งหลายเหล่านั้น ท่านย่อมเห็นสัจธรรมอยู่ในนั้น ว่า
ขันธ์ทั้ง๕ในอารมณ์นั้นไม่เที่ยง
ขันธ์ทั้ง๕เป็นทุกข์
ขันธ์ทั้ง๕ เป็นอนันตา
ผู้ที่มีปัญญายังน้อย ก็ละได้น้อย
ผู้มีปัญญามาก ก็ละได้มาก
ในกฏของธรรมดานี้ จุดเริ่มต้นของสิ่งๆนี้ก็คือ อริยะสัจ๔ มีทุกข์ ,สมุทัย ,นิโรธ ,มรรค ผู้มีปัญญาย่อมพิจารณาอยู่เนื่องๆ ต้องอาศัย อิทธิบาท๔ เป็นพื้นฐาน มี
๑.ฉันทะ คือความยินดีพอใจในการปฏิบัติธรรม
๒.วิระยะ คือความพากเพียร ความขยัน
๓.จิตตะ คือใจจดจ่อ รู้ธรรมภายนอกบ้าง รู้ธรรมภายในบ้าง
๔.วิมังสา คือ การใคร่ครวญคิดพิจารณา ในธรรมที่กำลังเกิดอยู่เนื่องๆ
การปฏิบัติธรรม จะเคลื่อนไปจากนี้ไปมิได้ ค่อยๆพิจารณาตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรานั้น เป็นธรรมะหมด
ถ้าใจของบุคคลนั้นเวลานั้น มีจิตใจ ฝักใฝ่ที่จะเพียรเผากิเลสให้เบาบางลง การอธิษฐานมุ่งตรงต่อพระนิพพานเป็นสิ่งที่ดี อย่าไปทิ้งขว้างในการอธิษฐาน เพราะนั้นเป็นอนุสติ อีกกรรมฐานตัวนึง ใน สมถะกรรมฐาน๔๐ เมื่ออธิษฐานบ่อยๆใจเราจะจดจ่อ ถ้าใจมันด้านชา ต้องพิจารณา ความตาย ที่เกิดขึ้นในร่างกายเราในได้บ่อยๆ จึงมีกำลัง เพื่อจะเพียรเผากิเลส
สุดท้ายนี้ วันนี้เป็นวันที่ดี บุคคลใดปรารถนาสิ่งใด ที่ไม่ผิดต่อธรรม ก็ขอให้ สำเร็จทั้งทางโลกและธรรม ในฉับพลันในชาติปัจุบันนี้ด้วย เทอญ… ขอเจริญพร

Posted in Uncategorized.